TM

TMO

สุขภาพ

Thermo Fisher Scientific

$528.91$12.91 (+2.50%)
กำลังโหลดราคาล่าสุด...

📊กราฟราคา

📈กราฟราคาย้อนหลัง (Price History)

กำลังโหลดกราฟ...

💰ข้อมูลพื้นฐาน (Fundamentals)

มูลค่าบริษัท (Valuation)

Market Cap
$200.00B
Enterprise Value
N/A
P/E Ratio
28.50
P/B Ratio
N/A

ผลกำไร (Profitability)

รายได้ (TTM)
N/A
กำไรสุทธิ (TTM)
N/A
EPS (TTM)
$18.60
EBITDA (TTM)
N/A
Gross Margin
N/A
Net Margin
N/A
Dividend Yield
0.33%
Beta
0.78

📊ประวัติกำไร & การเติบโต (Earnings Tracker)

📊

ข้อมูลกำไรรายไตรมาสยังไม่พร้อมสำหรับหุ้นนี้

💸เงินปันผล (Dividend Tracker)

Dividend Yield
0.33%

📝บทวิเคราะห์ภาษาไทย

บริษัทนี้คืออะไร ทำอะไร

Thermo Fisher Scientific Inc. เป็นบริษัทอุปกรณ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อตั้งจากการรวมกันของ Thermo Electron และ Fisher Scientific ในปี 2006 ถ้าจะเปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย Thermo Fisher เหมือนซุปเปอร์มาร์เก็ตสำหรับนักวิทยาศาสตร์ ขายทุกอย่างที่ห้องปฏิบัติการต้องการ ตั้งแต่เครื่องมือทดลอง สารเคมี ไปจนถึงเครื่องมือวิเคราะห์ราคาแพง

ลูกค้าของ Thermo Fisher คือบริษัทยา มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และหน่วยงานวิจัยทั่วโลก ใครก็ตามที่ทำงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มักจะต้องซื้อสินค้าจาก Thermo Fisher

โมเดลธุรกิจและแหล่งรายได้

รายได้ของ Thermo Fisher มาจากสี่กลุ่มหลัก คือ Life Sciences Solutions ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับการวิจัยยาและวัคซีน Analytical Instruments เครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูง Specialty Diagnostics ผลิตภัณฑ์วินิจฉัยโรค และ Laboratory Products and Services สินค้าและบริการสำหรับห้องปฏิบัติการ

ข้อได้เปรียบของ Thermo Fisher คือขนาดที่ใหญ่และครอบคลุม ลูกค้าสามารถซื้อทุกอย่างที่ต้องการจากบริษัทเดียว รายได้มีความหลากหลายและมาจากหลายแหล่ง ทำให้มีความมั่นคง

ผลประกอบการและฐานะการเงิน

Thermo Fisher มีรายได้ประมาณ 45 พันล้านดอลลาร์ต่อปี กำไรสุทธิประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์ Profit Margin ประมาณ 13% บริษัทมีหนี้สินอยู่บ้างจากการเข้าซื้อกิจการ แต่กระแสเงินสดแข็งแกร่ง จ่ายเงินปันผลเล็กน้อย Dividend Yield ต่ำกว่า 0.3%

ความเสี่ยง

ความเสี่ยงหลักคือการพึ่งพารายได้จากช่วง COVID-19 ที่ลดลง และการแข่งขันจากบริษัทอุปกรณ์วิทยาศาสตร์อื่น

สรุปและมุมมอง

Thermo Fisher เป็นหุ้นคุณภาพในกลุ่มสุขภาพ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเติบโตจากเทรนด์การวิจัยและพัฒนายา

วิเคราะห์เมื่อ: 14 กุมภาพันธ์ 2026

⚠️ คำเตือน:

ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน กรุณาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน